อยากได้งานต้องระวัง...หนีให้ห่างกับ 5 คำถามต้องห้าม

135 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อยากได้งานต้องระวัง...หนีให้ห่างกับ 5 คำถามต้องห้าม

อยากได้งานต้องระวัง...หนีให้ห่างกับ 5 คำถามต้องห้าม 

     อุตส่าห์เตรียมตัวมาอย่างดี ศึกษาข้อมูลบริษัทเชิงลึก รวมถึงข้อมูลประจำตำแหน่งที่สมัคร ท่องจำจนขึ้นใจ พอถึงเวลาที่ HR ยิงคำถามก็ตอบได้อย่างคล่องแคล่วฉะฉาน ไม่พลาดสักคำตอบเดียว ดูท่าการสัมภาษณ์งานครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีเป็นแน่ จนถึงช่วงสุดท้ายที่ทางบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้เป็นผู้ถามบ้าง ดันมาตกม้าตายกับคำถามที่ถามออกไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนพลาดท่าเสียคะแนนที่ทำมาซะดิบดีไปอย่างน่าเสียดาย แล้วคำถามอะไรกันที่บ่งบอกให้เห็นถึงทัศนคติในแง่ลบจนทำให้พลาดงานครั้งนี้ไปได้ วันนี้เราจะบอกให้ทราบกันโดยถ้วนหน้า ว่า 5 คำถามต้องห้ามที่ห้ามถามขณะถูกสัมภาษณ์งานโดดเด็ดขาดนั้นมีอะไรบ้าง

  1. ได้เงินเดือนเท่าไหร่?

    ถึงแม้จะเป็นคำถามแรกที่อยากรู้มากที่สุด แต่ก็ต้องอดทนไว้ไม่รีบหลุดปากถามออกมา เพราะโดยปกติทั่วไปแล้วคำถามนี้ HR จะเป็นผู้แจ้งให้ผู้สัมภาษณ์ทราบเองในตอนท้ายก็ก่อนการสัมภาษณ์งานจะเสร็จสิ้น เพราะหากคุณเป็นผู้เอ่ยปากถามออกมาก่อนในช่วงที่ HR เปิดโอกาสให้ซักถาม และคุณเลือกที่จะหยิบยกเอาประเด็นเงินเดือนมาถามเป็นคำถามแรกด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ที่บริษัทมองคุณค่อนข้างติดลบพอสมควรเลยทีเดียว เพราะคุณดูสนใจเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องการทำงานให้กับบริษัท ประเด็นนี้อาจมีผลให้คุณตกสัมภาษณ์ในครั้งนี้ได้เลยทีเดียว

  2. สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการที่จะได้รับ

    งานยังไม่ได้ถามหาวันลาหรือโบนัสเสียแล้ว จริงอยู่ที่เป็นข้อมูลที่คุณควรรู้ แต่ข้อมูลนี่ก็เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของคุณทั้งสิ้น บริษัทส่วนมากมักชื่นชมและชื่นชอบผู้ที่อุทิศตนให้กับการทำงาน ให้กับส่วนรวมมากกว่าคิดถึงแต่ตัวเอง ซึ่งประเด็นเหล่านี้ไว้ให้คุณได้งานเสียก่อนจะมีข้อมูลมาให้คุณได้ศึกษาทั้งสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่จะได้รับ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่ผู้เป็นพนักงานควรทราบ

  3. ตำแหน่งที่สมัครต้องทำอะไรบ้าง?

    คำถามสุดโป๊ะที่ทำให้ HR รู้ได้ทันทีเลยว่าคุณไม่ได้เตรียมตัวในการมาสัมภาษณ์งานครั้งนี้เลย ขาดความใส่ใจไม่ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ถึงแม้คุณอาจศึกษาข้อมูลบริษัทมาดิบดี แต่พลาดพลั้งไม่รอบคอบลืมศึกษาข้อมูลตำแหน่งงานที่สมัคร ก็ทำให้บริษัทมองคุณในแง่ลบได้ว่าเป็นคนไม่ใส่ใจ ไม่ตั้งใจ ไม่รอบคอบ ซึ่งทั้งสามสิ่งนี้คือคุณสมบัติสำคัญที่ทุกองค์กรอยากให้พนักงานทุกคนมีติดตัวไว้

  4. จะมีการสืบค้นประวัติหรือไม่?

    อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำถามขึ้นในใจว่าจะมีคนถามแบบนี้ด้วยหรือ แล้วจะถามไปทำไม แต่หากคุณไม่ได้ไปอยู่ในสถานการณ์ในห้องสัมภาษณ์อันเยือกเย็นชวนขนลุก คุณจะไม่มีทางเข้าใจเลยว่าพฤติกรรมแปลก ๆ หรือคำถามแปลก ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หลาย ๆ ครั้งที่ผู้ถามคำถามนี้ออกไปไม่ได้มีเรื่องราวรุนแรงหรือร้ายแรงอะไรที่ปกปิด เพียงแค่กังวลอยู่ในใจถึงเรื่องไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก่อนหน้าที่จะมาสมัครงาน ที่บางคนอาจโลดโผนชวนระทึกอยู่บ้าง แต่การโพล่งถามคำถามนี้ออกไปอย่างลืมตัว กลับยิ่งทำให้คุณดูน่าสงสัย และดูเหมือนคนเคยผ่านการทำผิดร้ายแรง เป็นอาชญากรข้ามชาติที่น่าสงสัย จนทำให้พลาดงานครั้งนี้ไปด้วยความโป๊ะของตัวคุณเอง

  5. จะมีการทำงานแบบ Work From Home ไหม?

    ถึงแม้จะเป็นรูปแบบการทำงานที่ถูกสถานการณ์บังคับให้ได้รับความนิยมก็ตาม แต่ไม่ควรเป็นคำถามที่ใช้ถามบริษัทในการสัมภาษณ์งาน เพราะเท่ากับคุณกำลังเผยให้บริษัทเห็นข้อจำกัดในการทำงานของคุณ รวมถึงการถามถึงการทำงานแบบ WFH นั้น อาจถูกมองว่าเป็นคนขี้เกียจ ยังไม่ทันเริ่มงานก็ขี้เกียจมาทำงานเสียแล้ว จึงเป็นอีกข้อคำถามที่ไม่ควรถาม ถึงแม้จะได้งานแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นการทำงานในช่วงแรกที่ต้องรอผ่านการประเมิน ทางที่ดีควรปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์ให้หัวหน้าหรือตัวบริษัทเองเป็นผู้ประกาศแจ้งจะดีกว่า
     เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 คำถามต้องห้ามที่ย้ำเลยว่าห้ามหลุดถามตอนถูกสัมภาษณ์โดดเด็ดขาด คำถามที่ควรถามตอนได้รับโอกาสให้ซักถาม ควรเป็นคำถามที่เกี่ยวกับลักษณะงาน หรือข้อคำถามที่จะทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นถึงความตั้งใจและเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ถ้าไม่รู้จะถามอะไรจริง ๆ ให้ใช้ช่วงเวลานั้นนำเสนอตัวคุณเองในสิ่งที่ HR ไม่ได้ถามแต่คุณอยากบอก และเห็นว่าเป็นประโยชน์กับการทำงานของบริษัท ประเด็นนี้จะช่วยเรียกคะแนนและเพิ่มความน่าสนใจจนทำให้คุณเป็นที่จดจำของ HR ได้เป็นอย่างดี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของบริษัท ทิตาราม คอนซัลแตนท์ จำกัด และกลุ่มบริษัท